บทความ :

  

     ก้าวย่างสู่วิชาชีพ พยาบาล............   

  ..........ประสบการณ์ที่ยากยิ่ง

  

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ย้อนนึกถึงวันวาน

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกในครั้งก่อน

ดวงประทีปที่สว่างไปทั่วก้นห้วงสมุทร

แม้หมู่เมฆที่มืดครึ้มจะพัดผ่าน....

เส้นทางที่เลือกเดินลึกล้ำยากใครเทียม

ความรู้สึกนี้ ความเมตตาเอื้อเฟื้อนี้

คือความภาคภูมิที่มิอาจค้นหาจากที่ใดใดได้อีก  

 

           จากพระอาทิตย์ขึ้น  สู่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ผู้คนดำเนินชีวิตในเมืองน้อยใหญ่ ใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป บ้างมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างก็ใช้เวลาครุ่นคิดกับความทุกข์และปัญหาให้แก้อยู่ตลอดเวลา จะมีคนอยู่ไม่มากมายนักที่มีความสำคัญต่อประชาชน มีคนไม่มากนักที่จะได้รับการเยินยอให้อยู่เหนือคำว่าคนธรรมดา           

         นางฟ้าชุดขาว หนึ่งวลีที่งดงามในความหมาย ส่วนใหญ่วลีนี้ถูกใช้แทน 'พยาบาล' วิชาชีพซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้เสียสละ...เป็นดั่งนางฟ้า...เป็นผู้ให้ชีวิต...เป็นวิชาชีพหนึ่งที่ในวัยเด็กต่างก็มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น 

   òคนที่'มี'ความฝันกับคนที่'ไม่มี'ความฝัน

            เพื่อที่จะเป็นพยาบาล เราก็ต้องผ่านจุดที่เหมือน ๆ กับการก้าวสู่อาชีพอื่น ๆ นั่นคือการเรียนรู้ การกักเก็บประสบการณ์ เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาขั้นสูงต่อไป ซึ่งต้องใช้เกรดเฉลี่ยในการสอบเข้าที่ค่อนข้างสูง เป็นผลให้ต้องตั้งใจเรียนคนมีฝัน เป็นเรื่องจริงที่อาชีพนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นผู้ชายด้วย ด้วยภาพลักษณ์อันงดงามของผู้หญิงในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสว่าง ใบหน้างดงาม อ่อนน้อม เสียสละ ใจดีมีเมตตา การพูดจาที่ไพเราะและเคารพในผู้ป่วยและญาติอีกทั้งยังเป็นอาชีพที่ได้พูดคุยและบริการผู้อื่น เอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เองที่ดึงดูดให้ ฝันที่จะเป็นพยาบาลเกิดขึ้น ในอีกส่วนหนึ่งคือการได้มีประสบการณ์โดยตรงกับวิชาชีพพยาบาลนี้ อาทิ ตนเองเคยหรือมีญาติเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลแล้วได้รับการดูแลรักษาจากพยาบาลจนหายดี รู้สึกซาบซึ้ง เกิดความรู้สึกอยากที่จะเป็นเช่นนั้นบ้างจึงกลายเป็นเป้าหมายให้มุ่งไปในอนาคต เมื่อเราอยู่ในวัยเรียนนี้จุดมุ่งหมายที่มั่นคงทำให้เรามีความตั้งใจและมีความสุข ตื่นเต้น ที่จะเดินก้าวไปตามฝัน เมื่อเข้าสู่รั้วฟ้าขาวพวกเขาจะไปรับความชื่นชมในความฝันซึ่งจะกลายมาเป็นผู้เสียสละในคราบนางฟ้าชุดขาวอย่างยินดีคนไม่มีฝัน นักเรียนส่วนใหญ่ที่พระปกเกล้ากลับมีพื้นหลังเช่นนี้ แต่ใช่ว่าพวกเราจะเติบโตกลายเป็นพยาบาลที่ดีไม่ได้ อย่างน้อยส่วนหนึ่งการที่เราก้าวเข้าสู่วิชาชีพนี้ก็เพราะคนที่บุคคลสำคัญที่คอยหนุนหลังประคับประคองเราซึ่งก็คือพ่อแม่ผู้เป็นดั่งทุกสิ่งที่หวังให้เราเป็นพยาบาลคอยดูแลผู้เจ็บป่วย คอยดูแลท่าน เป็นแรงกำลังสำคัญที่ทำให้เราก้าวเข้าสู่วิชาชีพต่อไป ต้องฝ่าฝันและอดทนกับการเรียนรู้และประสบการณ์ยากยิ่งให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเพราะพยาบาลคือวิชาชีพที่ประเสริฐยิ่ง แม้ไม่มีฝัน เราก็ยินดีและมีความสุขไม่น้อยกว่าคนที่มีฝันเลย

ò ช่วงชีวิตแห่งการช่วงชิง           

            เส้นทางที่จะทำให้ความฝัน หรือ ความหวังสำเร็จได้ จำเป็นต้องผ่านกำแพงรั้วนี้ไปให้ได้ เหมือนกับทหารที่ต้องตีฝ่ากำแพงข้ามไปเพื่อบุกยึดพื้นที่ ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ คนที่พร้อมและเก่งเท่านั้นที่ทำสำเร็จ แต่กลับบางคนแล้วพวกเขาต้องทิ้ง ความฝัน และ ความหวังลงด้วยน้ำตา 

            เมื่อมาถึงช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่างคนต่างขวนขวายหาที่เรียนต่อเฉพาะทางเพื่อก้าวเข้าสู่อาชีพที่อยากจะเป็นและอยากจะทำ ต้องทุ่มเทเรียนอย่างหนัก หาที่เรียนเสริม หาที่สมัครเข้าเรียน หาช่องทางต่าง ๆ ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่วุ่นวายและเครียดอย่างมากเลยทีเดียว เราจะไม่ได้เป็นเด็กที่นั่งคุยเล่นกันเหมือนแต่ก่อน ไม่ได้ไร้จุดหมายหรืออะไรก็ได้กับชีวิต เมื่อยามถึงเวลาว่าง หนังสือเตรียมสอบจะกลายเป็นอาวุธคู่มือ วันหยุดที่ควรจะได้นอนสบายอยู่บ้านหรือได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูง ก็ต้องจับเจ่านั่งอ่านหนังสืออยู่บ้านหรือไม่ก็ออกไปติวข้อสอบข้างนอก เพราะมันสำคัญกับชีวิตของเราและยังต้องช่วงชิงโอกาสอันน้อยนิดในสถานที่เรียนที่หนึ่ง ซึ่งจะรับนักศึกษาในจำนวนจำกัด             จากคะแนนเกรดเฉลี่ยที่ผ่านไปได้แล้วก็เข้ามาสู่การสอบตรง ความรู้ใหม่ ๆ ที่ใช้ในการสอบแตกต่างไปจากความรู้ทั่ว ๆ ไปที่เรียนมาในระดับมัธยมทำเอาหัวหมุนอยู่เหมือนกัน ทำให้ต้องหาความรู้อ่านเพิ่มเติมและใช้ความคิดวิเคราะห์และการบริหารเวลาทำข้อสอบให้เสร็จตามจำนวนข้อในเวลาที่กำหนด เหล่าบรรดาเพื่อนนักเรียนเองต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อ นั่งทำข้อสอบกันอย่างคร่ำเคร่ง และแล้วเมื่อเวลาหมดลงทุกคนก็เดินออกมาจากห้องสอบด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ โดยไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วชื่อของตนเองจะได้มีอยู่บนกระดาษแผ่นหนึ่งหรือไม่ การรอคอยจบลงเมื่อช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดมาถึง....วันประกาศผลสอบ พวกเรานั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์กันตั้งแต่เช้าจรดเย็นเพื่อดูรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนทางเว็บไซต์ บ้างก็เดินทางมาดูผลที่กระดานประกาศในรั้ววิทยาลัย จากผู้คนนับร้อยที่เข้าแข่งขันจะถูกคัดให้เหลือไม่ถึงครึ่ง เส้นทางของบางคนอาจจบลงตรงนี้ แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป....พวกเขายังมีโอกาสจากข้อสอบข้อเขียนมาสู่การสอบสัมภาษณ์ พวกเราไม่รู้เลยว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่มีอาจารย์พยาบาลนั่งอยู่สามถึงสี่คนนั้นจะพูดคุยกับเราในเรื่องอะไรบ้าง ด้วยความตื่นเต้นนี้เองทำให้เราเริ่มเข้าหาและทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ว่าที่พยาบาลด้วยกันมากขึ้น ๆ ได้รับคำแนะนำและเห็นถึงความเอื้อเฟื้อต่อกัน และหนึ่งในสามเท่านั้นที่จะผ่านพ้นเข้าสู่การเป็นนักศึกษาพยาบาลเต็มตัวทว่าอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เส้นทางของบางคนไม่ได้จบลงเพียงตรงนี้ พวกเขายังมีโอกาสในการยื่นคะแนนแอดมิชชั่นซึ่งส่วนใหญ่วิทยาลัยจะรับนักศึกษาเข้าจากโควตานี้แต่จำนวนคนในการแข่งขันก็สูงเช่นกัน คนที่มีคะแนนดีในระดับสูงกว่าจึงจะได้รับเข้าศึกษาก่อนตามลำดับ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ กับการช่วงชิงโอกาสแห่งความสำเร็จมาไว้ในกำมือ

ò ปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล
         
มีพฤติกรรมมากมายที่จำเป็นต้องปลูกฝังให้มีอยู่ในวิชาชีพ พยาบาล ทำให้เราได้ตระหนักและภาคภูมิอยู่เสมอว่าเพราะพฤติกรรมนี้ล่ะ เพราะสิ่งนี้ล่ะ คือเราเหล่าพยาบาล ในการศึกษาเรียนรู้ขณะเป็นนักศึกษาจึงต้องมีการฝึกให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ควรมีอยู่ในวิชาชีพ  พวกเราจึงได้รับการปลูกฝังให้ปฏิบัติเป็นนิสัย อาทิ เช่น การอยู่ในกฎระเบียบที่เข้มงวด ในช่วงแรกเริ่มนั้นพวกเราต่างโอดครวญรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ ที่ถูกจำกัดในเรื่องเกือบทุก ๆ เรื่อง รู้สึกอิจฉานักศึกษาในมหาลัยที่สามารถทำอะไรได้มากมายต่างจากพวกเราที่ไม่สามารถทำได้ แต่ในขณะนี้พวกเราต่างไม่รู้สึกเช่นนั้นอีกต่อไป พวกเราได้รู้ซึ้งดีแล้วว่า เพราะระเบียบวินัยนี้ล่ะ ทำให้เรามีวินัย มีกรอบในการทำงาน ฝึกให้เราเป็นคนตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีเอกลักษณ์ในตัวเองและวิชาชีพนั่นเองสิ่งต่อ ๆ มาที่สำคัญไม่แพ้กันคือความตรงต่อเวลา เพียรมาให้ถึงก่อน 15 นาที การบริหารเวลา ความรับผิดชอบ ความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อเข้าสู่วิชาชีพพยาบาล พวกเราต่างต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองมากมาย ยกตนเองจากระดับหนึ่งสู่อีกระดับหนึ่ง เพราะในฐานะผู้นำทางสุขภาพ การใช้ชีวิตประจำวันในแต่ละอย่างจึงต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่อเป็นแบบอย่างและสามารถนำไปสอนประชาชนได้ จากชีวิตที่เคยเรียบง่าย รับประทานอะไรก็ได้ที่อยากรับประทาน ตอนนี้พวกเราต้องเลือกสิ่งที่มีประโยชน์และเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย พวกเราต้องใช้เวลาและต่อสู้ต่อความเคยชินหรือพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ต้องคอยระมัดระวังพฤติกรรมของตนเอง สังเกตตนเอง วิเคราะห์ตนเอง จนกระทั่งมีพฤติกรรมที่เหมาะสม เพียงพอต่อการเป็นต้นแบบและนำไปสอนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงเรื่องของพฤติกรรมทางสุขภาพเท่านั้น การสื่อสารและมารยาททางสังคมก็ถูกปลูกฝังไว้กับพวกเราเช่นกัน เพราะวิชาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ต้องพบปะพูดคุยกับผู้คนการสื่อสารให้เข้าใจจึงมักเกิดขึ้นเสมอ ๆ และในฐานะวิชาชีพที่ให้การบริการมารยาททางสังคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น........เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อวิชาชีพ พยาบาล 

ò หนังสือคือชีวิต

           ใครจะรู้เล่าว่าหนังสือสำคัญกับเราเพียงไหน พวกเราไม่เคยจมอยู่กับกองหนังสือมากมายเท่านี้มาก่อน ทุกวันหลังจากการเรียนที่หนักหน่วง เวลาที่เรามีให้คือการทบทวนบทเรียนแต่กระนั้นเราก็ยังมีกิจกรรมผ่อนคลายเหมือนกับชีวิตนักศึกษาทั่ว ๆ ไป ยิ่งช่วงใกล้สอบ บรรดา Sheet และหนังสือ แทบอยู่ไม่ห่างกาย ไม่มีใครนั่งหายใจทิ้ง แต่จะใช้ชีวิตอยู่กับหนังสืออันเป็นคลังความรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง ขาดไม่ได้.......ยามนอนเรายังนอนหลับไปเคียงข้างกัน หากซึมซับข้อความเนื้อในในหนังสือนั้นได้คงจะซึมซับได้อย่างมากมายเลยทีเดียว เมื่อเราผ่านพ้นไปยังชั้นปีที่สูงขึ้น ต้องออกฝึกในโรงพยาบาลหรือชุมชน ความรู้คู่กันย่อมต้องมีมากขึ้น เรื่องบางเรื่อง โรคบางโรคไม่สามารถหาได้ในห้องเรียน หนังสือเหล่านี้คือกุญแจและคำตอบที่จะสามารถทำให้เราพร้อมที่จะสามารถทำงานได้ต่อไป เรียนรู้ได้ต่อไป ทุกวันที่นักศึกษาพยาบาลถือหนังสือประมาณ 5 เล่ม เดินจากห้องสมุดกลับสู่หอ หนังสือเล่มหนึ่งก็ประมาณ 600 หน้า กับความมุ่งมั่นที่จะหาความรู้ที่ต้องการจากมันด้วยน้ำหนักไม่ใช่เล่น ๆ ยามที่นึกภาพ ใครเล่าจะนึกมาก่อนว่าจะมีภาพเช่นนี้ในวันหนึ่งของเราได้ ขาดไม่ได้.......เพราะหนังสือคือชีวิต 

 ò ประสบการณ์มือใหม่

           ความสำเร็จจะเกิดได้นั้น ย่อมต้องมีจุดเริ่มต้น......หลังจากผ่านช่วงเวลาทั้งหลายอันเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยได้สัมผัส จากทฤษฎีสู่ปฏิบัติการให้การพยาบาลผู้ป่วยจริง ๆ จึงจำเป็นต้องมีการฝึกและนั่น.....คือประสบการณ์ครั้งแรกของมือใหม่อย่างพวกเราเมื่อสวมชุดฝึกปฏิบัติงานฟ้าขาว วันแรกที่ยังจำได้ดีถึงความตื่นเต้นอันล้มหลาม ความกลัว ความกล้า และความพร้อมหลั่งไหลเข้ามาพร้อม ๆ กัน ในเมื่อมันคือครั้งแรก กิจกรรมแต่ละอย่างย่อมต้องไม่ธรรมดาและเป็นที่น่าจดจำผู้ป่วยที่เป็นดั่งครู ได้สอนเราหลายอย่าง การอ่านคำสั่งแพทย์ ระเบียบของตึกอาคารปฏิบัติงานในโรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์การพยาบาลอันไม่คุ้นชิน เพียงแค่นี้ พวกเราก็วิ่งกันหัวหมุน  กล้าๆกลัว ๆ ที่จะทำอะไรสักอย่างให้ผู้ป่วย มือที่สั่นเทา หัวใจที่ตื่นเต้นกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต้องอาศัยความกล้าและความถูกต้อง การจะทำอะไรแต่ล่ะอย่างจึงต้องคอยให้อาจารย์มาดูแลอย่างใกล้ชิดราวกับไม่เคยได้ฝึกฝนล่ำเรียนมา ความกังวลจากงานต่าง ๆ ที่เกิดนี้ไฉนเลยจะทำให้เรามองเห็นสิ่งรอบข้างอันเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการปัญหาสุขภาพและมองเห็นผู้ป่วยจากหัวใจ ทุก ๆ วันที่ปฏิบัติงาน เจอกับผู้ป่วย ญาติ แพทย์ พยาบาลด้วยกันและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ประสบพบกับโรคของผู้ป่วยมากมายให้เรียนรู้ มีเรื่องใหม่ ๆ ให้เจออยู่ตลอดเวลา เมื่อสามารถปรับตัวได้ มีความมั่นใจในการทำงาน ความกว้างในการรับรู้จึงเริ่มขยายออก เราเริ่มที่จะเรียนรู้และมองดูชีวิต มองเห็นผู้ป่วยที่ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ และกำลังรอคอยให้ใครสักคนมาดูแลด้วยความอ่อนโยน มองเห็นสิ่งรอบข้าง ความกังวลภายในใจ ลึก ๆ เข้าไป ซึ่งทำให้เราเข้าใจพวกเขาที่ยิ้มต้อนรับเราที่จะไปดูแลให้การพยาบาล พร้อมจะบอกและสอนทั้งด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจในสิ่งที่เขาเป็นก็ตาม ได้เห็นถึงสาเหตุและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบซึ่งจะกลายเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่จะเป็นพื้นฐานต่อ ๆ ไปในภายภาคหน้า และแม้ไม่ว่าพวกเราจะเคยมีฝันหรือไม่มีฝันก็ตาม เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้หลุดพ้นจากความทรมาน ความทุกข์ตรม พวกเราจึงมีความตั้งใจจริงที่จะดูแลผู้ป่วยนี้ด้วยคำนี้....พยาบาลด้วยใจ

  ò ความภาคภูมิที่ได้รับ

          จากก้าวแรกมาสู่บัดนี้ เริ่มจากกล้าที่จะฝัน สู่การฝ่าฟัน มีความมุ่งมั่น เรียนรู้ที่จะอดทน ต้องตั้งใจ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รอบคอบในการทำงาน ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อสิ่งดีดี.....ทุก ๆ อย่างผ่านเรื่องราวหลากหลายที่บางครั้งก็รับได้ บางครั้งก็เกินกว่าจะรับได้แต่กระนั้นท้ายที่สุดก็ต้องยอมรับ ทั้งยังผ่านการฝึกฝนอันแสนหนักหน่วง แม้จะเหนื่อย แม้จะท้อ แต่พวกเรากลับมีความยินดีและภาคภูมิที่ ได้ทำให้คนคนหนึ่งที่กำลังดิ่งสู่ก้นเหวกลับมาสู่ผืนดินอีกครั้ง ได้ทำให้คนคนหนึ่งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยสองมือเล็ก ๆ นี้ และยิ่งไปกว่านั้นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่สร้างแรงกำลังให้พวกเราสามารถหลั่งหยดน้ำตาด้วยความตื้นตันและภาคภูมิ มีแรงกำลังที่จะตั้งใจและทำงานอย่างเต็มที่จากผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลให้การพยาบาลจากเรา นั่นก็คือ...

รอยยิ้ม อวยพรให้เราเรียนจบประสบความสำเร็จ และคำสั้น ๆ ว่า ขอบคุณ.........

 

 

 

 ซามูไรสองเงา

 

 

_______________________________________________________

 

ช่วงนี้เรียนหนักมากมาย คงไม่ได้เขียนนิยายไปอีกนานอักโขเลยขอรับ

ก็มีเพียงงานบทความเล็กนี้เท่านั้น เขียนลงวารสารของวิทยาลัยในโอกาสครบ ๔๕ ปี

              หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขในช่วงปีใหม่นี้นะขอรับ ^ ^

บทความ : Digital Writer นักเขียนยุคดิจิตอลกับอุปกรณ์เชิงคลาสสิก

 

โดย Emperorsss

  

            ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แวดวงทั้งทางวิทนาการและศิลปะได้พัฒนารูปแบบจนเรียกได้ว่าเกิดการสร้างแนวทางสู่โลกยุคโลกาภิวัฒน์และระบบตัวเลขหรือที่เรียกว่า ระบบดิจิตอล เพื่อให้ผลงานสร้างสรรค์ต่างๆอิงกับความเป็นรูปแบบในปัจจุบันที่บุคคลากรจำนวนมากเข้าถึงได้ง่าย

 

             เมื่อเกิดการสื่อสารได้ง่ายด้วยเครื่องข่ายอินเทอร์เน็ตหรือรูปแบบที่ใกล้เคียง การเข้าถึงจึงเริ่มพัฒนาสู่การสร้างงานเพื่อสนองความต้องการผ่านสื่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างหลักเลี่ยงมิได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคอมพิวเตอร์ หรืออาจกล่าวไปถึงเครื่องพ็อคเก็ตพีซี ,พีดีเอ หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ 

            ส่วนของวรรณกรรมที่ผมกำลังจะกล่าวถึง เมื่ออุปกรณ์เทคโนโลยีพัฒนาถึงจุดหนึ่ง กลับเริ่มมีไอเดียจากสังคมนักเขียนรวมถึงสังคมของนักอ่านที่ต้องการความคลาสสิกในงานวรรณกรรม เพราะหลายคนยังคงติดกับการอ่านหนังสือและเชื่อว่าการเขียนหนังสือเป็นสิ่งที่มนุษย์ยังถือเป็นพื้นฐานในงานด้านวรรณกรรม

 

 

             จึงเกิดการคิดและหาทางให้สื่อสมัยใหม่สามารถพัฒนาแบบคู่ขนานคือมีความเป็นดิจิตอลและอนาล็อก (หรือที่เข้าใจง่ายๆว่า ยังใช้มือเขียนหรือเครื่องพิมพ์ดีดในการสร้างผลงาน)

ควบคู่กันไป

 

 

             ปัญหาอยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้การเขียนยังมีบทบาทในการสร้างผลงานในเชิงระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากการกดแป้นพิมพ์ (คีย์บอร์ด) หรือแม้แต่อรรถรสในการอ่านแบบเปิดหน้ากระดาษ และรูปเล่มที่คุ้นเคย

            ผู้ผลิต นักวิเคราะห์ นักวิจัยและนักประดิษฐ์ จึงคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า Mini Notebook (มินิโน้ตบุ๊ค) และผลิตภัณฑ์ที่รองรับออกมาให้คล้ายการการอ่านหนังสือและเขียนหนังสือมากที่สุด

 

 

            เริ่มที่การอ่าน ด้วยระบบทำเอกสารระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) และใช้เครื่องที่มีขนาดใกล้เคียงกับหนังสือเพื่อรองรับการอ่านในเบื้องต้น และพัฒนาจนการเปิดอ่านในแต่ละครั้ง สามารถใช้ระบบสัมผัสพื้นผิวจอแสดงผล หรือที่เรียกว่าระบบทัชสกรีน (Touch Screen) ซึ่งเพียงใช้นิ้วหรือวัตถุต่างๆเช่น ปลายปากกา ไปแตะแล้วลากหรือเคลื่อนที่ แผ่นกระดาษก็จะเปลี่ยนไปตามแรงกระทำ คล้ายการเปิดหน้าหนังสือ

 

แถมขนาดยังเหมาะมือและออกแบบให้คล้ายกับหนังสือมากที่สุดที่จะทำได้ ข้อดีคือมันคล้ายหนังสือและยังไม้ต้องรำคาญว่าปริมาณหน้าช่วงท้ายๆจะทำให้เราจับหนังสือยาก หรือนิ้วอาจเปื้อนหมึก (ซึ่งในอาคตถ้ามันนับเป็นเรื่องคลาสสิก อาจมีระบบพ่นหมึกด้วยระบบดิจิตอลสู่ระบบอนาล็อก เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค)

 

 ต่อมาคือระบบการเขียนด้วยมือ เมื่อการแตะสัมผัสสามารถเข้ามามีบทบาทในการสร้างสรรค์ผลงานผ่านอุปกรร์สมัยใหม่ การเขียนและวาดลวดลายด้วยมือจึงถูกพัฒนาต่อเนื่องขึ้นมาให้รองรับความต้องการเพิ่มขึ้นอีก นิกจากจะใช้แป้นพิมพ์ในการสร้างตัวอักษร นักเขียนยังสามารถใช้ปากกาอิเล็กทรินิกซ์วาดรูปหรือเขียนตัวอักษรได้ด้วยลายมือของตน และบรรจุลงในไฟล์ชนิด PDF หรือเอกสารทางอิเล็กทรอนิกซ์อื่นๆ 

 

ซึ่งรายละเอียดส่วนของการเขียนและการอ่าน ตัวอย่างเช่น

 

 การอ่าน

ตัวอย่างประเภทไฟล์ : PDF , DOC (Ms Word) , TXT (Notepad) ฯลฯ

อุปกรณ์สำหรับใช้งาน (คล้ายหนังสือ) : PDA , Mini Notebook , CoolReaders

ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับอำนวยความสะดวกในปัจจุบัน           

- Toshiba Portege M700 , M701           

- Sony VAIO UX50           

- Sony VAIO P series           

- Asus 3E 

- Mini Notebook ของบริษัทต่างๆ อาทิ Lenovo , benQ , Acer ฯลฯ

 

 การเขียน

อุปกรณ์สำหรับใช้งาน (คล้ายหนังสือ) : คล้าย อุปกรณ์สำหรับการอ่าน

โดยสามารถหาอุปกรณ์เสริมได้อีก อาทิ           

- Wacom Intuos4           

- Wacom PL-900           

- Genius Tablet G-Pen 450           

- Tablet และ Monitor touch screen ของบริษัทต่างๆ 

 

 

ทำให้เห็นว่า แท้จริงนักเขียนและนักอ่านอีกจำนวนมากยังหลงใหลในมนตร์เสน่ห์ที่วิเศษของการเขียนและการอ่านผ่านหนังสือจริงๆ ที่ไม่อิงระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าไม่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้พัฒนา โลกก็จะหยุดนิ่งและอาจเสียโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นหรืออย่างน้อยก็สามารถจะต่อยอดไปถึงความรู้ในยุคถัดไป ด้วยการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่นับวัน ราคาค่อนข้างเหมาะสมและผลิตออกมารองรับกลุ่มคนจำนวนมากให้เข้าถึงและเรียนรู้ที่จะใช้มันในชีวิตประจำวัน

 

 

ในอนาคตเมื่อถึงยุคที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น สื่อการเรียนการสอนหรือแม้แต่สื่อบันเทิงย่อมมุ่งประเด็นสำหรับการรองรับและเปิดอ้อมแขนให้กับอุปกรณ์ที่มีความเป็นอนาล็อกและดิจิตอลผนวกควบคู่กันอย่างแน่นอน

 

 ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้ จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจและสนใจในวิวัฒนการของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแนวความคิดของผู้ผลิต นักวิเคราะห์ นักวิจัยและนักประดิษฐ์ที่ร่วมมือสรรสร้างสิ่งประดิษฐ์อำนวยความสะดวกเพื่อลดขั้นตอนบางประการในกระบวนการผลิตและกระบวนความคิดที่เคยมีมาก่อนให้รวบรัดและชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ

About photo me

posted on 29 Jul 2009 18:02 by o2love  in PandaWhiteEye

 

....

....... 

P H O T O  •  M E !!


ไร้สาระกันเป็นช่วงๆ รั่วกันเป็นพักๆ =O=;;'
วันนี้ลองถ่ายภาพตัวเองในมุมสูงดู
แล้วเอามาแต่งโฟโตเลียนแบบภาพโลโม
แต่มันโลโมไม่ออกแฮะ แฮ่ๆๆๆๆ~*

ตั้งใจว่าจะทำภาพให้แตกๆ เบลอๆ เห็นหน้าไม่ชัด
แต่ทำไปทำมา ได้มาแบบกลางๆซะงั้น 
อยากได้ภาพดูยับๆ แต่มันไม่ออกมายับเลยอะ _ _;;*

ทำไมเวลาไม่แต่งหน้าแล้วตามันตี๋ขนาดนี้นะ ฮืออออ~*
ทำไมไม่โชคดีเกิดมาตาโตเหมือนคนอื่นมั่งเนี่ย TOT
(ได้ข่าวว่าต้องเปลืองตังค่ามาสคร่ากับอายไลเนอร์
ไปตั้งเท่าไหร่ถึงได้ดูตาแบ๊วกลมเหมือนคนอื่นเค้าน่ะ)






ไม่ได้ตั้งใจทำหน้าแบบนี้แต่เผลอกดไปโดน
ตั้งใจว่าจะยิ้มแต่ยิ้มไม่ทัน ฮ่ะๆๆๆๆ







ลองภาพแบบไม่ยิ้มดูบ้าง ตั้งใจว่าจะถ่ายด้วยใบหน้าบึ้งๆ
ประมาณว่า... 'ฉันไม่พอใจนะ'
แต่ทำไมมันไม่ค่อยออกมาอารมณ์นั้นเลยอ่ะ






เด๋วนี้ชอบถ่ายแบบอมยิ้มมากกว่าฉีกยิ้มกว้าง 
ตั้งแต่จัดฟันมารู้สึกว่าตัวเองยิ้มได้น่าเกลียดมาก
เลยไม่ชอบถ่ายยิ้มกว้างๆ แล้ว 
เพราะงั้นนานๆ ทีถึงจะถ่ายแบบยิ้มกว้าง แฮ่ๆๆๆๆ








โอ้ เย้ เย~!!! 
แว๊กกกกก
เวลาอ้าปากแบบนี้เพิ่งรู้ว่า ตัวเองน่าเกลียด ฮ่ะๆๆๆ 
แต่ท่าทางแบบนี้ดูเฮฮา และก็ตลกดี ;D




เอิ๊กกกก~!!!  หมดแล้วววววว~ 
ไม่กล้าเอามาลงเยอะๆๆ ฮ่ะๆๆๆ กลัวรับไม่ได้
แค่นี้ก็แรด!!!  มากเกินพอแล้ว.......
เกิดอารมณ์หน้ามืดอยากถ่ายตัวเองอีกเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน อิอิ

 

 

แอบโฆษณาตบท้ายยย!!! อ๊ากกกก~ >O< (กล้ามากกก)

 ตอนนี้สามารถสั่งซื้อหนังสือผ่านเว็บได้แล้ว

 

คลิกที่หนังสือเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ประเภท :: Free young plant จำนวนหน้า :: 412 หน้า
ราคา :: ปกติ255 สั่งผ่านเว็บราคา 217 บาท

ยังไงก็ฝากไว้ด้วยนะจ้า ขอบคุณทุกคนมากๆเลย (>/\<)

 

 

 

...

 

 

ปกนิยายถูกลอก!! (ขำๆ นะจ๊ะ)

 

ภาพบน โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง ความจำสั้นแต่รักฉันยาว
ภาพล่าง ปกนิยายสำนักพิมพ์โอทูเลิฟเรื่อง ยอมแลกได้ให้นายคนเดียว

ภาพบน ชายแอบรัก - หมาหลงพันธุ์ไทย - หญิงสาวผู้ผิดหวังในรัก
ภาพล่าง หญิงสาวสุดสวยที่เคยเป็นชาย - หมาต่างมิติพันธุ์ปั๊ก - หนุ่มหล่อแบดบอย

ภาพบน เข้าโรง 5 มีนาคม 2552 ตอนนี้มีแผ่นแล้วนะจ๊ะ แนะนำให้ดูเพราะพี่เป้ผมสั้น!!
ภาพล่าง วางแผงแล้วเมื่อ ธันวาคม 2551 สำนักพิมพ์โอทูเลิฟ เนื้อเรื่องชายหน้าเห่ยถูกสาปเป็นหญิงแท้สุดสวย

 

เต๊าะซึโกะ

ฮ่า ๆ ไปดูดวงเล่น ๆ

posted on 14 Jul 2009 05:51 by o2love  in samurai2shade

เกิดวันที่ 13 คนน่ารักที่อ่อนไหว

คนที่เกิดวันที่13 เป็นคนน่ารักมากไม่ว่าโดยบุคลิกภาพภายนอกที่อ่อนหวานแช่มช้อย หรือภายใน จิตใจที่ซื่อตรง อ่อนโยน เมตตาปรานี และเต็มไปด้วยน้ำใสใจจริง คนเกิดวันนี้รับรู้ความดีง่าย ใจอ่อน และมักพอใจที่ ที่จะเอื้อเฟื้อผู้อื่นเป็นคนสนใจในการเรียนรู้และปฎิบัติธรรม

คนเกิดวันที่13 เป็นคนที่ปราศจากเล่ห์เหลี่ยม มีความรับผิดชอบสูงต่อครอบครัว และหน้าที่การงาน (หาคนเกิดวันนี้ มาเป็นคู่เถิด) คนที่เกิดวันนี้ต้องการให้ชีวิตมั่นคงเป็นอันดับแรกดังนั้น จึงต้องทำงานหนัก และทำได้อย่างไม่ย่นย่อ ท้อถอย เป็นคนอดทนได้ที่จะรอผลอันยาวนาน คนเกิดวันที่13นี่แหละ คือพวกที่เป็นอย่างเพลงลูกทุ่ง ร้องเอาไว้ว่า ผัวตายเมื่อไรบอกด้วย แล้วพี่จะช่วยเลี้ยงลูกทุกคน

คนเกิดวันนี้มีจุดอ่อนอยู่ตรงที่เป็นคนอ่อนไหวง่าย น้อยใจเก่ง คุณอาจเห็นน้ำตาของคนที่เกิดวันที่13 ได้บ่อยๆ นอกจากนี้คนที่เกิดวันนี้ก็ยังเป็นคนที่ชอบตัดสินใจตามผู้ใหญ่ เชื่อผู้ใหญ่มากกว่าตนเอง อาจเป็นเพราะได้อาศัยอยู่ใน ครอบครัวที่ดี ได้พึ่งพาอาศัยพ่อแม่มาตลอด พอมีปัญหาอะไร ก็วิ่งไปพ่อแม่ก่อนเสมอ

คนที่เกิดวันที่13นี้อาจทุ่มเทความรักให้กับใครก็ได้(อาจเป็นคุณ)ถ้าคุณได้พิสูจน์ให้คนเกิดวันที่13 ได้ประจักษ์ว่า คุณมี ความจริงใจกันอย่างแท้จริง คนเกิดวันที่13นี้ถือว่าน้ำใจไมตรีมีค่าสูงที่สุดถ้าเขา หรือเธอรักคุณ แล้วก็จะรักจนสุดหัวใจ และจะรักอยู่อย่างนั้นไปจนตลอดชีวิต แม้คุณจะ(บังเอิญ)แต่งงาน ไปแล้วก็ตาม และอย่าทำให้คนวันนี้โกรธเชียวหรือไม่พอใจมากๆคุณจะรู้ทันทีว่าคารมของคนที่เกิดวันนี้ ร้ายกาจมากกว่าสิ่งใด

 

ฮ่า ๆ ไปดูเล่น ๆ แล้วอึ้ง ๆ

น่ารักแน่รึ แต่มันก็ตรง ๆ แหะ

ลองไปเล่นกันดูเนอะ

http://horo.teenee.com/birthdate.html

 

มีแบบอื่น ๆ เยอะแยะเลย เล่นแก้เบื่อได้นะขอรับ